+ ตอบกลับกระทู้
กำลังแสดงผล 1 ถึง 29 จากทั้งหมด 29
  1. #1

    คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    A เป็นพ่อของC

    B เป็นแม่ของ D

    A แต่งงานกับ D

    แล้ว B แต่งานกับ C

    ลูกของ A+D จะเรียก BกับC ว่าอะไร

    แล้วลูกของ B+C จะเรียก AกับD ว่าอะไร
    พวกมึงไม่ค่อยอยากดังกันเลยสิน่ะๆๆๆๆๆๆๆ

  2. #2

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ไม่รู้สิ ไม่เรียก A เป็นโลลิค่อน ก็ต้องเรียก B เป็นโชตะค่อน

  3. #3

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    แล้วก็เรียก C ว่าเป็น โอบาค่อน แล้วก็เรียก D ว่า โอจิค่อน

  4. #4
    Senior Member
    สมัครเมื่อ
    Dec 2009
    ที่อยู่
    ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยโคคา-โคล่า
    โพส
    2,910

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    เรียก A ว่า ไอ้เอ

    เรียก D ว่า ไอ้ดี




    Face(อ้าย)Book
    http://www.facebook.com/profile.php?id=100000114057904

    Blog(อ้ายบุ๊ค)
    http://budzoper.exteen.com/

    Ami Tokito น่ารักแสรดด!! >w<b+

  5. #5

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ก็เรียกตามธรรมดาแหละ
    A กับ B ไม่เกี่ยวข้องกันใช่มั้ยล่ะ?

    ลูกของ A+D จะเรียก BกับC ว่าปู่B กับ น้าC
    แล้วลูกของ B+C จะเรียก AกับD ว่ายายA กับน้าD

    มั้ง...

  6. #6

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    เอ่อ งงว่ะ ตาม rep บนเลย

  7. #7
    ไวน์ค่ะ ^ ^
    สมัครเมื่อ
    Nov 2009
    ที่อยู่
    Somewhere Over The Rainbow~
    โพส
    6,142

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    งงแสส อะไรวะเนี่ย??



    지금은 소녀시대 앞으로도 소녀시대 영원히 소녀시대
    Right Now It's Girls' Generation, Future It's Girls' Generation, Girls' Generation FOREVER! <3

  8. #8

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ผมเข้าใจตามนี้นะ

    ลูกของ A+D จะเรียก C ว่าพี่ และเรียก D ว่ายาย

    ลูกของ B+C จะเรียก D ว่าพี่ และเรียก A ว่าปู่

    อ้างอิงจากความอาวุโสของ A และ B

  9. #9
    Senior Member
    สมัครเมื่อ
    Nov 2009
    ที่อยู่
    อู่บรรลัยยานยนต์
    โพส
    9,277

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    กูงง?


    ที่ตูซื้อมอไซค์มาใช้ก็เพื่อสิ่งนี้ล่ะวะ!!!


  10. #10

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    กุทำไปละ 1/4 ใครจะทำต่อก็เชิญ ขี้เกียจคิดต่อละ


    เก็บตังไว้สอยสิ้นปี

  11. #11

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    คงเอามาจากเรื่อง เวตาล ใช่ไหม
    w@rofdefeat : นักแปลเกมผู้คลั่งโมเอะ
    http://translation.steampowered.com
    รับสมัครนักแปลเกมอาสาสมัครของค่าย valve ไม่จำกัดจำนวน
    ไม่มีรายได้

    ถามมา เราตอบมั่ว

  12. #12

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    หมู ลูก a+d เรียก c ว่า พี่ชาย เรียก b ว่า ยาย

    ลูก b+c เรียก a ว่า ปู่ เรียก d ว่า พี่สาว

  13. #13

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ปวดตับ ปวดไต ลามถึงไขกระดูก ปวดจมูก คิ้วเบี้ยว เสียวฟัน บั้นเอวเคล็ด เม็ดสิวบวม น่วมไปทั้งตัว

    ปวดหัว เพราะงงกะคำถาม

  14. #14

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ตอบถูกแล้วมันทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นมั้ยครับ ทำเป็นเจ๊ อุทุม_ ไปได้

  15. #15

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    เรียกชื่อมันซะ !!!

  16. #16

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    คำถามโลกแตก

    ถามงี้ มึงถามกูว่าไก่กะไข่ อะไรเกิดก่อนกัน เลยดีกว่ามั้ย

  17. #17

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ K!NGZAMAN[อัครสาวกเบื้องขวาของเบเบ้
    ]
    คำถามโลกแตก

    ถามงี้ มึงถามกูว่าไก่กะไข่ อะไรเกิดก่อนกัน เลยดีกว่ามั้ย
    ไข่มั้งเธอว์
    เคยได้ยินว่า เริ่มต้นจากไข่ของนกอะไรซักอย่าง (หรือไข่ของตัวอะไรซักอย่าง)
    แล้วกลายพันธุ์มาเป็นไก่

  18. #18

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    จริงๆแล้ว C กับ B เป็นพี่น้องกัน
    เพราะ A เป็นพ่อ D เป็นแม่
    ลูก A+D เรียก B&C ว่า พี่ๆ
    ลูก B+C เรียก A&D ว่า ปู่ ย่า ตา ยาย ......

    สรุป มันมั่วกันทั้งครอบครัวเลยสิ ...
    เอ๊ะ หรือว่า พ่อต่างแม่ แม่ต่างพ่อ แล้วต่างคนต่างมาแต่งงานกัน
    ยังไงสรุปมันก็ได้กันเองอยู่ดี


    มึน!!!

  19. #19

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ไม่ต้องเรียกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะมันแต่งกันตามกฏหมายไม่ได้ครับ

  20. #20

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ลูกก็เรียกตามนั้นแหละ

    A
    B
    C
    D
    Dear if you could knows ,how I treasured so ,This most beautiful Moscow night...

  21. #21

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ icepillar
    ไม่ต้องเรียกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะมันแต่งกันตามกฏหมายไม่ได้ครับ
    ทำไมอะ
    [size=10pt]ไม่ใส่ซิกจนกว่าคนไทยจะรักกัน[/size]

  22. #22

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ icepillar
    ไม่ต้องเรียกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะมันแต่งกันตามกฏหมายไม่ได้ครับ
    แต่งได้สิ สองครอบครัวนี้ไมได้เป็นอะไรกันนิ

  23. #23

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    นิทานเวตาลเหรอ

    ถามทำนองนั้นเลย อ๊ะเธอว์

    เรื่องที่ 24 เรื่องของนางจันทรวดี กับธิดาชื่อ ลาวัณยวดี กับเรื่องขนาดเท้าของนาง
    นิทานเรื่องที่
    ๒๔
    พระเจ้าตริวิกรมเสนผู้วีระ หามีความย่อย่นต่อการเดินทางในค่ำคืนที่น่าสะพรึงกลัวไม่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่พำนักของเวตาลนั้นอยู่ในสุสานของรากษสในความมืด ซึ่งมีแสงวอมแวมด้วยเปลวไฟจากเชิงตะกอนที่เผาศพ พระองค์เสด็จฝ่าเข้าไปจนถึงต้นอโศก ลากเวตาลเอาตัวมาพาดบ่าและเสด็จกลับทางเดิม

    ระหว่างทางที่เดิน เวตาลซึ่งนั่งบนพาหาของพระราชา ก็ทำลายความเงียบ กล่าวขึ้นว่า “โอ ราชะ ข้าเหนื่อยเต็มทีแล้วที่ต้องกลับไปกลับมาหลายสิบเที่ยวตามพระองค์ จนข้าเบื่อเต็มที เอาเถอะ ข้าจะเล่านิทานถวายอีกสักเรื่องหนึ่งพร้อมกับมีปัญหายาก ๆ มาถาม จงฟังเถิด”

    ในเขตที่ราบสูงเดกข่าน มีพระราชาองค์หนึ่งชื่อธรรมะ ครองแคว้นเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เป็นผู้ทรงคุณธรรมเป็นเลิศ แต่พระองค์มีพระญาติหลายพระองค์ซึ่งไม่น่าไว้ใจ มเหสีของพระราชามีนามว่าจันทรวดี ซึ่งเสด็จมาจากถิ่นเดิมของพระนางคือ แคว้นมาลวะ พระนางเป็นผู้มีตระกูลสูง และมีคุณธรรมสูงเช่นเดียวกัน พระราชากับพระราชินีมีพระธิดาด้วยกันองค์หนึ่ง นามว่าเจ้าหญิงลาวัณยวดี เมื่อพระธิดามีอายุสมควรแก่การอภิเษกสมรส แต่ยังไม่ทันทำพิธีนั้น พระญาติวงศ์ก็ก่อการกบฏยึดราชอาณาจักรของพระราชาไปแบ่งปันกัน พระราชาพร้อมด้วยมเหสีและราชธิดา เสด็จหนีออกจากเมือง พร้อมกับเอาแก้วแหวนเงินทองของมีค่าติดพระองค์ไปด้วย พระราชาทรงตั้งพระทัยจะเสด็จไปสู่แคว้นมาลวะ อันเป็นที่อยู่ของพระบิดาของพระมเหสี พระราชาพร้อมด้วยครอบครัวเดินทางไปตลอดคืนก็บรรลุถึงป่าเชิงเขาวินธัย พอดีเป็นเวลารุ่งสาง พระสูรยาทิตย์ก็ขึ้นสู่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ฉายรัศมีเป็นแฉก ประหนึ่งหัตถ์ทิพย์กำลังห้ามไว้ แต่พระราชาและครอบครัวเสด็จถึงป่าใหญ่แล้วมิได้แลเห็นภยันตรายใด ๆ ก็พากันเดินผ่าป่านั้นไป หนทางอันรกเรื้อทำให้ทั้งสามองค์เจ็บเท้าระบมไปหมด เพราะถูกหญ้ากุศะอันแหลมคมบาดเอา หลังจากนั้นมินานทั้งสามพระองค์ก็มาถึงหมู่บ้านของพวกภิลละ เป็นชุมนุมชนใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งเป็นพวกโจรลักเล็กขโมยน้อยในบ้านใกล้เรือนเคียง มันเอาทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นประหนึ่งด่านแรกของมฤตยูนคร

    ฝ่ายพวกเหล่าร้ายแลเห็นพระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาแต่ไกล ทรงพัสตราภรณ์และประดับพระองค์ด้วยมณีรัตนะหลากสีงดงาม พวกศวระซึ่งถืออาวุธนานาชนิดก็กรูกันจะเข้ามาปล้น เมือ่พระเจ้าธรรมะทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็ตรัสแก่พระราชธิดาและพระมเหสีว่า “พวกเจ้าป่าเถื่อนพวกนี้จะต้องจับพวกเจ้าก่อนแน่ ๆ เจ้ารีบหนีไปก่อนเถอะ” เมื่อพระเจ้าแผ่นดินตรัสดังนี้ พระมเหสีจันทรวดี และพระราชธิดาลาวัณยวดีตกพระทัยมาก รีบพากันหลบเข้าป่าไปทันที เหลือแต่พระราชาผู้กล้าหาญแต่พระองค์เดียวที่กวัดแกว่งอาวุธเข้าฟันแทงศัตรู อย่างไม่คิดแก่ชีวิต และฆ่าพวกศวระตายลงหลายคน พวกโจรก็ดาหน้าเข้ามาอีกและยิงธนูเข้ามาดังห่าฝน หัวหน้าพวกศวระเห็นพระราชาต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ดังนั้นก็ตะโกนเร่งพรรคพวกใน หมู่บ้านให้มาช่วยสมทบอีก พวกโจรช่วยกันกลุ้มรุมเข้ารายล้อม ฟันโล่ของพระราชาหักกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และประหารพระราชาเสีย พวกโจรกรูเกรียวกันเข้าแย่งชิงเครื่องเพชรนิลจินดาเอาไปหมด แล้วพากันกลับคืนสู่หมู่บ้าน ขณะนั้นพระนางจันทรวดีซ่อนตัวอยู่ในป่า พร้อมทั้งธิดาแลเห็นเหตุการณ์โดยตลอดว่าพวกโจรช่วยกันรุมฆ่าพระสวามีเสีย แล้ว ก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ รีบคว้าแขนพระธิดาวิ่งเตลิดเข้าไปในป่าลึกซึ่งอยู่ห่างไกลจากที่เดิมเป็นอัน มาก มีความเหน็ดเหนื่อยสิ้นแรง จึงหลบเข้าแอบต้นไม้ใหญ่อันมีกิ่งก้านสาขาแผ่ครึ้มร่มเย็น และหญิงทั้งสองคนก็กอดคอกันนั่งร้องไห้ สถานที่คนทั้งสองมานั่งพักอยู่นี้คือโคนต้นอโศกริมบึงบัวอันกว้างใหญ่

    ปรากฎว่ามีชายคนหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณใกล้เคียงกันนั้น ขี่ม้าออกมาโดยมีบุตรชายนั่งบนหลังม้าตัวเดียวกัน เพื่อไปล่าสัตว์เอามาทำอาหารเช่นที่เคยปฏิบัติเป็นประจำ พรานผู้นี้มีชื่อว่าจัณฑสิงห์ เมื่อเขาแลเห็รอยเท้าของหญิงทั้งสองในบริเวณนั้น จึงกล่าวแก่สิงหปรากรมผู้เป็นลูกว่า “เราจะติดตามรอยเท้าอันสวยงามเหล่านี้ไป และถ้าเราได้พบหญิงทั้งสองผู้เป็นเจ้าของรอยเท้าจริง ๆ พ่อจะให้เจ้าเลือกนางในสองคนนั้นตามใจเจ้า” เมื่อจัณฑสิงห์กล่าวดังนี้ สิงหปรากรมผู้เป็นลูกก็ตอบว่า “ข้าจะเลือกผู้หญิงเจ้าของรอยเท้าเล็กมาเป็นเมีย เพราะข้ารู้ว่าในจำนวนรอยเท้าทั้งใหญ่และเล็กที่เราเห็นนี้ รอยเท้าเล็กต้องเป็นเด็กสาวแน่ ๆ ข้าจะเอาคนนี้ ส่วนอีกแบบหนึ่งเป็นรอยเท้าใหญ่ คงจะมีอายุมากกว่า ข้าคิดว่าเหมาะสมแก่พ่อแล้ว” เมื่อจัณฑสิงห์ได้ยินลูกชายกล่าวดังนั้นก็ตะคอกว่า “เจ้าพูดว่าอะไรนะ แม่ของเจ้าเพิ่งตายไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และข้าต้องเสียนางไปด้วยความรักและเสียดาย ข้าจะมีกะใจต่อหญิงอื่นได้หรือ” ฝ่ายบุตรชายได้ฟังก็ห้ามว่า “พ่อจ๊ะ อย่าพูดอย่างนี้สิ บ้านเรือจะขาดแม่เหย้าแม่เรือนเป็นผู้ดูแลไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นพ่อไม่เคยฟังบทกวีของท่านมูลเทพหรืออย่างไร เขาเขียนไว้ว่า ใครก็ตามถ้าไม่เป็นอ้ายโง่ ก็คงไม่เข้าไปสู่เรือนอันว่างเปล่าที่เขารู้ว่าไม่มีนางอันเป็นที่รัก เฝ้าคอยการกลับบ้านของเขาอยู่ เพราะบ้านอย่างนั้นถึงจะเรียกกันว่าบ้าน แต่ความจริงมันก็คือกรงขังที่ไม่มีโซ่ตรวนนั่นเอง ดังนั้น พ่อจ๋า พ่อจะต้องเสียใจเพราะความตายของข้าจะไปคอยอยู่ที่ประตูบ้านนั้นเทียว ถ้าหากพ่อไม่ยอมแต่งงานกับหญิงคนที่เป็นสหายกับแม่ยอดรักของข้า”

    เมื่อจันฑสิงห์ได้ฟังคำของลูกชายก็ตกลงใจยินยอม และพาลูกชายติดตามรอยเท้าของหญิงทั้งสองต่อไป ในที่สุดก็มาถึงริมบึงบัว ทั้งสองแลเห็นราชินีจันทรวดีผิวดำ มีเครื่องประดับกายคือสร้อยมุกดาเส้นยาวที่พระศอ นั่งอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ต้นหนึ่ง นางดูราวกับราตรีตอนเที่ยงคืนที่ทอดอยู่บนฟากฟ้าในเวลากลางวันแสก ๆ และธิดาของนางคือลาวัณยวดีนั้นเล่าก็เหมือนกับแสงจันทร์อันผ่องใสบริสุทธิ์ ที่ฉายอาบเรือนร่างของนาง นายพรานกับลูกชายประจักษ์ภาพอันโสภาดังนั้น ก็เดินตรงเข้าไปหา ส่วนพระเทวีแลเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว และคิดว่าเขาเป็นโจร แต่นางผู้เป็นธิดาของพระเทวีหาได้คิดเช่นนั้นไม่ นางกล่าวแก่มารดาว่า “แม่จ๋า อย่ากลัวไปเลย ชายนี้มิใช่โจรหรอก บุกรุษทั้งสองนี้ล้วนแต่หน้าตาดี แต่งตัวดี ท่าทางจะเป็นผู้ดีบางคนที่มาล่าสัตว์เป็นงานอดิเรกมากกว่า” อย่างไรก็ดี พระเทวีก็ยังไม่ปลงใจเชื่อ และแสดงอาการละล้าละลังอยู่ จัณฑสิงห์แลเห็นก็ลงจากหลังม้าและกล่าวแก่หญิงทั้งสองว่า “อย่าตกใจไปเลยแม่คุณ เรามาที่นี่ก็เพราะความรักชักนำมาหรอก เพราะฉะนันจงวางใจเถิด เรื่องราวความเป็นมาของเจ้าเป็นอย่าง อย่ากลัวเราเลย พูดมาให้หมด เรารู้เสึกเหมือนเจ้าทั้งสองเหมือนดังเทวีรตีกับรีติ (นางรตี กับปรีติ นางรตีเป็นชายาชองกามเทพ ส่วนปรีติมีความหายเหมือนรตี คือแปลว่า ความรื่นรมย์ ความยินดี เข้าใจว่าทั้งสองชื่อนี้น่าจะเป็นคน ๆ เดียวกัน) หนีมาสู่ป่านี้เพราะความเศร้าโศกที่พระกามเทพถูกเผาผลาญด้วยไฟกรดจากพระเนตร ของพระศิวหรือ และเจ้าทั้งสองเข้ามาสู่ป่าลึกที่ไร้ผู้คนอย่างที่นี่ได้อย่างไร ทั้งนี้เพราะรูปลักษณ์ของเจ้าน่าจะอยู่แต่ในรัตนนิเวศน์เท่านั้น หัวใจของเราต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความคิดอันเจ็บปวดที่ว่า ฝ่าเท้าอันแบบบางอ่อนละมุนของเจ้า ควรจะอยู่บนพรมอันอ่อนนุ่ม กลับมาต้องบุกดงพงหนางอันทำให้เจ็บปวดมิใช่น้อย ยังฝุ่นละอองที่ฟุ้งขึ้นมาจากการก้าวย่างนั้นเล่า ก็มาเกาะติดตามหน้าตาและผิวพรรณ ทำให้หม่นหมองเสียเปล่า ๆ ทั้งแสงอาทิตย์อันแผดจ้าก็ทำให้ร่างอันงาม สลวยแบบางปานกลีบดอกไม้ของเจ้า ต้องระทดระทวย อ่อนแรงลง เพียงแต่คิดแค่นี้หัวใจข้าก็พลอยเจ็บปวดไปหมด พูดมาเถิด เจ้าเข้ามาอยู่ในป่านี้ อันมีแต่สัตว์ร้ายได้อย่างไร”

    เมื่อได้ฟังจัณฑสิงห์ถามดังนี้ พระเทวีก็ถอนพระทัย มีความละอายและความโศกเศร้ายิ่งนัก ค่อยรวบรวมความกล้า และเล่าเรื่องให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ฝ่ายจัณฑสิงห์แลเห็นพระนางไร้ที่พึ่ง และไร้ผู้ปกป้องคุ้มครองเป็นที่น่าสงสาร จึงปลอบโยนเอาใจทั้งพระราชินีและธิดาให้คลายทุกข์ และขอร้องให้ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองมาอยู่กับครอบครัวของตน ครั้นแล้วจัณฑสิงห์กับบุตรชายก็พาสอง แม่ลูกขี่ม้าเดินทางไปยังเมืองวิตตปบุรี อันเป็นที่อยู่ของตน พระเทวีนั้นเป็นผู้ที่ไร้ที่พึ่ง เมื่อได้รับความอนุเคราะห์ให้พ้นจากความลำบาก ก็ดีพระทัยราวกับตายแล้วได้เกิดใหม่ ก็หญิงที่ไร้ที่พึ่งและถูกทิ้งให้อ้างว้างเดียวดายเช่นนางและธิดาจะทำอะไร ยิ่งไปกว่านี้ได้เล่า สิงหปรากรมบุตรชายของจัณฑสิงห์ ก็ตั้งนางจันทรวดีเทวีเป็นภรรยาของตนเพราะนางมีเท้าเล็ก ส่วนจันฑสิงห์ก็แต่งงานกับนางลาวัณยวดี ผู้เป็นธิดาของพระเทวี เพราะนางมีเท้าใหญ่ ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้แต่แรกว่า ผู้เป็นพ่อจะแต่งงานกับหญิงเจ้าของรอยเท้าใหญ่ ส่วนผู้เป็นลูกจะแต่งงานกับนางผู้เป็นเจ้าของรอยเท้าเล็กคือพระราชินี ตกลงชายทั้งสองคาดการณ์ผิด เพราะรอยเท้าเล็กกลับเป็นแม่ ส่วนรอยเท้าใหญ่กลับเป็นลูก เรื่องนี้ได้เปลี่ยนฐานะของหญิงทั้งสองไปโดยปริยาย กล่าวคือลูกสาวกลับกลายเป็นแม่ยายของแม่ ส่วนหญิงมารดาคือพระเทวกลับกาลยเป็นสะใภ้ของลูกสาวตัวเอง ในกาลต่อมาหญิงทั้งสองนั้นมีลูกกับผัวหลายคน เป็นชายบ้างเป็นหญิงบ้าง แล้วในเวลาล่วงไป ลูกของคนเหล่านั้นก็แต่งงานไป มีลูกเต้าของตนเองอีกเป็นอันมาก

    เมื่อเวตาลเล่านิทานตองตนจบลง ก็สะกิดพระราชาตริวิกรมเสน แล้วตั้งคำถามว่า “เอาละ ราชะ พระองค์อย่าเพิ่งงงเสียก่อน ข้าอยากรู้ว่าบรรดาลูก ๆ ที่เกิดจากหญิงทั้งสองลงมาจนแยกเป็นสองสายนั้น นับเนื่องเป็นอะไรกัน จะเรียกขานกันว่ากระไร โปรดบอกมาสิว่าปัญหานี้มีคำตอบอย่างไร แต่โปรดอย่าทรงลืมว่า ถ้าพระองค์รู้แล้วแต่ไม่ตอบ คำสาปที่จะตกลงบนพระองค์นั้นคืออะไร”

  24. #24

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ ไอ่ถึกแอ๊บหล่อ(mygamee)
    นิทานเวตาลเหรอ

    ถามทำนองนั้นเลย อ๊ะเธอว์

    เรื่องที่ 24 เรื่องของนางจันทรวดี กับธิดาชื่อ ลาวัณยวดี กับเรื่องขนาดเท้าของนาง

    อ๋อ กูเรียนเทอมแรกนี่เอง(กูอยู่ ม.4)

    ทำไมกูจำไม่ได้วะว่ากูเรียนมาแล้ว(กูขี้ลืมชิบหายเลย)

    แต่สุดท้ายฤๅษีใจโฉด แม่งก็ตาย 555 กูจำได้แค่นี้(อ้าวไหนบอกว่ามึงลืมไงล่ะสัด)



  25. #25

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    ให้เรียกว่า "ญาติ"


  26. #26

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    มันต้องดูอายุเสะ
    คำถามไม่เคลียร์

  27. #27

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    เรื่องนี้ผมไม่เคยอ่ะอ่ะ

  28. #28

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ Latte Frappe
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ icepillar
    ไม่ต้องเรียกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะมันแต่งกันตามกฏหมายไม่ได้ครับ
    แต่งได้สิ สองครอบครัวนี้ไมได้เป็นอะไรกันนิ
    อ่าว แล้วกูอ่านยังไงกลายเป้นญาติแต่งกันเอง


    งงจนมั่วแดกเ้ลย

    ตอนนี้ก็เข้าใจละว่า

    ไอ้ลูก A+D มันต้องเรียก B ว่า ยาย เพราะเป็นแม่ของแม่มัน แล้วก็เรียก C ว่า พี่ เพราะเป็นลูกของพ่อมันที่เิกิดก่อน
    ส่วนลูก B+C ก็เรียก A ว่าปู่เพราะเป็นพ่อของพ่อมัน แล้วก็เรียก Dว่า พี่ เพราะเป็นลูกของแม่มันที่เกิดมาก่อน

    คราวนี้ถูกยังวะ

  29. #29

    Re: คำถามที่ยากที่สุดในโลก

    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ Speak
    ให้เรียกว่า "ญาติ"

    เอ่ออันนี้น่าจะเคลียสุดว่ะ

 

 

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด